chic chinatown
ย่านเก่า เล่าใหม่ ที่มาพร้อมเสน่ห์ร่วมสมัย

เก่าก็คึกคัก ใหม่ก็มาเติมเต็มความสดใส มาไชน่าทาวน์เมืองไทยครั้งใด ประสบการณ์ที่ได้สัมผัสจึงไม่มีซ้ำ เดินเที่ยววันเดียวไม่พอ เราจึงขอแนะนำให้ลองเที่ยวตามย่านหรือปักหมุดหมายที่สนใจ แล้วเตรียมรองเท้าผ้าใบ ชาร์จแบตเตอรีโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูปให้พร้อม แล้วก้าวเดินเพลินไปกับร้านอาหาร คาเฟ่ แกลเลอรี ร้านขายของที่ระลึกสุดชิคในย่านไชน่าทาวน์กันเลย

In-Residence Gallery on the third floor<br />
of Baan Trok Tua Ngork showcases contemporary works<br />
Baan Trok<br />
Tua Ngork’s narrow but chic courtyard<br />
Shophouses forming Chinatown’s cultural micro- community space, Baan Trok<br />
Tua Ngork
<br />
Baan Trok<br />
Tua Ngork’s narrow but chic courtyard
Shophouses forming Chinatown’s cultural micro- community space, Baan Trok<br />
Tua Ngork
ตรอกถั่วงอก ถนนไมตรีจิตต์
จิ๋วแต่แจ่ม

เริ่มต้นกันที่บ้านตรอกถั่วงอก คอมมูนิตี้ขนาดกะทัดรัดที่รวมร้านอาหาร แกลเลอรี และคาเฟ่บนรูฟท็อปไว้ในอาคารพาณิชย์ 5 คูหา บริเวณตรอกเล็กๆ ที่มีชื่อว่าถั่วงอก บ้านตรอกถั่วงอกด้านหน้ามองดูคล้ายตึกแถวทั่วไป แต่เมื่อเดินเข้าไปข้างในจะพบกับคอร์ตยาร์ดตรงกลางที่เป็นช่องเปิดรับแสงแล้วยังทำหน้าที่แบ่งพื้นที่อาคารออกเป็นสองฝั่ง เมื่อผสานกับการตกแต่งทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกราวกับเข้ามายืนอยู่ในสวนกลางบ้านอันร่มรื่น ชั้น 1 เป็นที่ตั้งของร้านอาหารเม็กซิกัน Delia Mexican Eatery ชั้น 2 เป็นร้านอาหารไทยใหญ่และบาร์สาเกดีไซน์เก๋ชื่อ Namsu (หมายถึง น้ำส้มสายชู) ชั้น 3 เป็นที่ตั้งของค็อกเทลบาร์ Messengerservice Bar และแกลเลอรี In-Residence พื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะที่มีนิทรรศการหมุนเวียนที่ชวนติดตามอยู่เสมอ ส่วนชั้นที่ 4 เป็น The Living Room คาเฟ่ที่มีบรรยากาศเหมือนห้องนั่งเล่นแสนสบาย มีหนังสือให้นั่งอ่าน ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และผลงานศิลปะของเหล่านักออกแบบไทยที่สามารถซื้อกลับบ้านได้

เดินต่อไปยังถนนไมตรีจิตต์จะพบกับ Bangkok Kunsthalle สถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะที่เพิ่งเปิดมาได้ราว 2 ปี อาคารเก่าแก่อายุกว่า 60 ปีนี้ เดิมเป็นโรงพิมพ์ไทยวัฒนาพาณิช ปัจจุบันกลายมาเป็นพื้นที่จัดแสดงกิจกรรมทางศิลปะโดยมีสเตฟาโน ราโบลลี แพนเซรา อดีตผู้อำนวยการแกลเลอรี Hauser & Wirth ลอนดอน มาเป็นภัณฑารักษ์ ในอนาคต Bangkok Kunsthalle วางแผนเป็นศูนย์รวมกิจกรรมทางด้านศิลปะทุกแขนง

จากนั้น ลองเดินต่อไปยังหัวมุมถนนไมตริจิตต์ด้านที่ตัดกับถนนพระราม 4 ไปนั่งพักจิบเครื่องดื่มและช้อปปิ้งของที่ระลึกกันที่ร้าน Lemoncurd & Co ซึ่งมีซิกเนเจอร์เป็นเลมอนเคิร์ดหรือแยมเลมอนที่เข้ากับสโกนเป็นที่สุด ที่นี่ยังมีความพิเศษด้วยการเพิ่มสินค้า เช่น สบู่ โลชั่นทามือ และสเปรย์อโรมาให้ลูกค้าได้รื่นรมย์กับของที่ระลึกไปพร้อมกับจิบกาแฟดีๆ และเบเกอรีที่ทำด้วยความตั้งใจ

แต่ถ้าอยากทบทวนความทรงจำในยุคอนาล็อกแล้วละก็ เดินต่อมาทางถนนพระราม 4 เลี้ยวเข้าซอยประดู่มาเล็กน้อย จะเป็นที่ตั้งของ Akirart Coffee ร้านกาแฟของคนรุ่นใหม่ที่เก็บอุปกรณ์ในออฟฟิศ โฆษณาเก่าของพ่อแม่มาสร้างสรรค์เป็นร้านกาแฟที่อัดแน่นไปด้วยความทรงจำของมนุษย์ทำงานก่อนเข้าสู่โลกดิจิทัล นอกจากอุปกรณ์สำนักงานที่เรียงรายราวกับพิพิธภัณฑ์แล้ว Akirart Coffee ยังเสิร์ฟ Specialty Coffee หอมกรุ่นเบเกอรีโฮมเมด และมีงานดีไซน์ เสื้อผ้าวินเทจให้เลือกชม พร้อมมุมจิบกาแฟสบายๆ

 Baihor Café
TAY tea and coffee bar
Vietnamese soul-food restaurant Song Viet
ถนนทรงวาด
เส้นสายลายศิลป์

ถนนสายสั้นๆ ที่มีจุดให้แวะเที่ยวชมยาวๆ ไป ขอเริ่มต้นที่หัวมุมถนนด้านติดกับท่าน้ำราชวงศ์ หากเดินมุดตามตรอกไปทางสำเพ็งไปถึงซอยบพิตรพิมุขซึ่งเป็นย่านขายสมุนไพรและเครื่องยาจีนเก่าแก่ ลูกหลานนายห้างตราใบห่อแบรนด์ยาประจำบ้านที่คนไทยรู้จักมาช้านานเปิดบ้านโบราณเป็นคาเฟ่ Homprung by Baihor มีอาหารและเครื่องดื่มที่อิงกับสมุนไพรหลักที่ใช้ในการทำยา เช่น มะตูม กระเจี๊ยบ พุทราจีน รวมทั้งเวิร์กช้อปทำยาดมที่ได้รับความนิยมจนถึงขนาดต้องจองล่วงหน้า ด้านหน้าของคาเฟ่เป็นที่ตั้งของ ใบห่อ คาเฟ่ พื้นที่จำหน่ายของที่ระลึก มุมดื่มชาสูตรพิเศษ และไอศกรีมรสเก๊กฮวย มีคุณสมบัติช่วยคลายร้อน

กลับมาที่หัวถนนทรงวาดใกล้ท่าน้ำราชวงศ์ เราจะเดินตรงไปจนสุดถนนทรงวาดความยาว 1.2 กม.​ ขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา โดยแวะเวียนไปตามร้านค้า คาเฟ่ และแกลเลอรีสองฝั่งถนน ใครเลยจะคิดว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมามีร้านใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย

เริ่มต้นกันที่ร้าน TAY ที่เพิ่งมาเปิดได้ไม่ถึงปี ร้านนี้มีชื่อเต็มว่า เทน้ำเทท่า เป็นร้านชาและกาแฟที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดี ตกแต่งร้านแบบเรียบง่าย อวดร่องรอยของพื้นและผนังเก่าที่คงความคลาสสิก ชั้นบนเปิดแกลเลอรีจัดแสดงงานศิลปะและสถานที่จัดเวิร์กช้อปขนาดกะทัดรัด

ถัดไปเป็น ร้านเอฟวี คาเฟ่ที่เปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการนำผลไม้และผักพื้นบ้านของไทยมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มได้อย่างน่าสนใจ เช่น ไมยราบ มะขามป้อม ใบบัวบก ลางสาด พร้อมพาชมเรือนไทยภาคอีสานที่ยกมาตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์ ให้ผู้มาเยือนปีนบันไดเข้าไปนั่งจิบเครื่องดื่มได้อย่างสบายใจ

เดินต่อไปอีกหน่อยเป็นคาเฟ่ขนมปังอบใหม่ทุกเช้า เป็นร้านเปิดใหม่แต่อยากให้เรียกว่า The Old Breadshop เพราะตั้งอยู่ในโกดังเก่าของธุรกิจนำเข้าวัตถุดิบพรีเมียม เช่น อัลมอนด์ แมกคาเดเมีย พีแคนนัต ลูกเกด ลูกพรุน แครนเบอร์รี ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมขนมปังร้านนี้เครื่องแน่นมากเพราะเจ้าของบริษัทเปิดร้านเองจึงขายได้ในราคาเป็นมิตร

ถ้าคุณชอบกินผักและถูกจริตกับอาหารเวียดนาม อย่าลืมแวะที่ร้าน ทรงเวียด (Song Viet) เพราะคำว่า Song ในภาษาเวียดนามหมายถึง “ชีวิต” ที่นี่จึงตั้งใจเสิร์ฟอาหารที่สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของคนเวียดนามผ่านเมนูลับของครอบครัวและอาหารริมทางที่คนชื่นชอบ มีเฝอเส้นสด ขนมปังฝรั่งเศสสไตล์เวียดนามอบใหม่ให้กินกันทุกวัน

อิ่มแล้วมาเดินย่อยกันต่อใน Galerie Monument ทรงวาด แกลเลอรีน้องใหม่ตรงชั้น 1 ของร้าน CEREMONIALE matcha atelier เดินลงบันไดขั้นเล็กๆ จะพบกับช่องทะลุผนังที่นำทางเราเข้าสู่ Galerie Monument เดือนธันวาคมที่ผ่านมา เจ้าของแกลเลอรีเชิญ ทาเคฮิโระ อิคาวะ ศิลปินจากญี่ปุ่น นำผลงานแมวสีชมพูชื่อ Mr. Kobayashi มาจัดแสดงในรูปแบบประติมากรรมแมวน้อยที่แฝงตัวอยู่ในแกลเลอรี ร่วมด้วยงานดรออิ้งที่ทำให้พื้นที่เล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยความซนสดใส

ข้ามถนนมาต่อกันที่ตรอกโกดัง แหล่งรวมร้านค้า คาเฟ่ ด้านติดแม่น้ำเจ้าพระยา วิวอย่างเลิศ แถมมีร้านอาหารอารมณ์สตรีทฟู้ดให้นั่งกินข้าวชมวิวอยู่ด้านในสุด ในตรอกนี้มีร้านให้เพลิดเพลินมากมาย ทั้งร้านขายของตกแต่งสไตล์วินเทจ Oyster & Things ร้านขนมปัง Wabi’s Artisanal Bread Shop ร้านชา Matchamaru ร้านขายของใช้ในบ้านและเครื่องหอมสไตล์มินิมัล Onest และอีเว้นท์สเปซ Long Dang Dang ที่มาพร้อมมังกรแดงตระการตาที่ห้อยลงมาจากเพดาน แต่ละร้านตกแต่งได้อย่างมีสไตล์

ออกมาเดินต่อบนถนนหลัก มีร้านขายของที่ระลึกประเภทงานคราฟต์ งานตกแต่ง หนังสือ กระเบื้อง ตุ๊กตาไทย ที่ได้รับการคัดสรรมาแล้วว่ามีความงามที่เป็นเอกลักษณ์ จดชื่อร้านไว้เลย ไม่ว่าจะเป็น Clay Circle Workshop ร้านเซรามิกที่มีเวิร์กช็อปให้ได้ฝึกฝีมือกัน ร้านแผ่นเสียงและขวัญใจชาววินเทจ Get Back & Jude Records ป๊อปอัพสโตร์แบรนด์เครื่องหอมอย่าง copenn. at Songwat ที่ชวนให้ดื่มด่ำไปกับกลิ่นหอมที่ผ่านการดีไซน์มาเป็นอย่างดี และ Road of Cinnamon ที่จะพาคุณไปพบกับขุมทรัพย์ที่เป็นของฝากชั้นดีจากเมืองไทย

หากต้องการอัพเดตงานศิลปะร่วมสมัย แนะนำให้แวะเข้าไปที่ PLAY art house สถานที่เคยเป็นโกดังเก็บรองเท้าเก่าในอดีตที่ทายาทปัจจุบันนำมารีโนเวทให้กลายเป็นแกลเลอรีและพื้นที่จัดกิจกรรม ถ้าโชคดีได้พบกับเจ้าของซึ่งเป็นคนทรงวาดโดยกำเนิด เขาจะแนะนำร้านค้า ผู้คน และเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนถนนสายนี้ได้อย่างออกรสเพราะเขาเป็นทั้งศิลปินวาดรูปและนักแสดงละครเวทีฝีมือดี

ปิดท้ายถนนทรงวาดด้วย Hugs Song Wat ด้านปลายถนน บรันช์คาเฟ่สุดอบอุ่นสไตล์ญี่ปุ่นที่มีอาหารเช้าขายตลอดทั้งวัน เจ้าของเป็นสามีภรรยาชาวญี่ปุ่นที่ตกหลุมรักทรงวาด เป็นร้านน่ารักๆ ที่มีของตกแต่งกระจุกกระจิกและข้อความชวนคิดให้อ่านระหว่างรออาหารและเครื่องดื่ม บรรยากาศเต็มไปด้วยความละมุนใจ

Hugs Song Wat
Vanich House in Talat Noi
Talakkia Friendly Market

ตลาดน้อย
แดนมหัศจรรย์ของศิลปะและวัฒนธรรม

จาก Hugs Song Wat เลี้ยวเข้าซอยเจริญพาณิชย์ ตรงไปสุดทางแล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ย่านตลาดน้อย มุ่งหน้าไปทางศาลเจ้าโจวซือกง ระหว่างทางจะพบกับร้านเฮงเสง ร้านขายเบาะไหว้เจ้าที่สืบทอดงานฝีมือกันมา 3 รุ่น ปัจจุบันมีนักออกแบบรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสินค้า ทำให้หมอนเฮงเสงกลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ กลายเป็นเบาะรองหนังของเก้าอี้เท่ๆ ที่ใครเห็นเป็นต้องอยากจับจอง เจ้าของร้านเป็นชาวตลาดน้อยที่มีส่วนขับเคลื่อนในกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน เช่น ตะลักเกี้ยะ เฟรนด์ลี มาร์เก็ต จัดขึ้นวันเสาร์และอาทิตย์แรกของต้นเดือน บริเวณท่าน้ำภาณุรังสี

ลัดเลาะเข้าตรอกด้านหลังศาลเจ้าโจวซือกง ศูนย์รวมใจของชาวไทยเชื้อสายจีน ในย่านนี้จะพบกับ วานิช เฮ้าส์ ร้านที่เกิดจากการปรับปรุงใต้ถุนโรงกลึงเก่าอายุร่วมร้อยปีให้กลายเป็นอาร์ตสเปซ คาเฟ่ และร้านซีเล็กท์ช็อป เดินลอดไปอีกทางจะพบคาเฟ่ชาไทย ด้านหน้าตกแต่งด้วยกระเบื้องสีส้มสีสันดึงดูดสายตา ที่นี่คือ Citizen Tea Canteen of Nowhere ร้านชาสุดชิคที่มีสินค้าดีไซน์แปลกตา ผลงานของศรันย์ เย็นปัญญา ดีไซเนอร์ชาวไทยที่ได้รับรางวัลศิลปากร

หากต้องการชมสตรีทอาร์ต ให้มุ่งหน้าไปตรอกศาลเจ้าพ่อโรงเกือก ตลอดสองฝั่งกำแพงจะมีทั้งภาพถ่ายและภาพวาดที่บอกเล่าถึงวิถีชีวิตและผู้คนที่อาศัยอยู่ในตลาดน้อย ถ้าอยากเข้าไปชมบ้านเก่า อยากเห็นห้องหับภายในอาคารโบราณ แนะนำให้ไปที่ 965 bkk Community Space คาเฟแห่งใหม่ในตึกเก่าอายุ 200 ปี ตั้งอยู่ตรงข้ามตรอกศาลเจ้าพ่อโรงเกือกนั่นเอง ด้านหน้าเป็นคาเฟ่และร้านจำหน่ายสินค้าที่เป็นผลงานของดีไซเนอร์ชาวไทย เดินถัดไปด้านในมีลานโล่งเปิดรับแสงแดดตามแบบตึกแถวจีน โบราณที่เรียกว่า “ฉิ่มแจ้”​ เป็นพื้นที่รับน้ำฝนและแสงแดดที่คนสมัยก่อนใช้เป็นพื้นที่ซักล้าง ต่อมามีการปรับแต่งเป็นสวนกลางบ้าน 965 bkk Community Space เป็นคาเฟ่ที่สร้างแรงบันดาลใจและแสดงให้เห็นถึงความรักในคุณค่าของอาคารเก่าแก่ที่บ่งบอกถึงรากวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีนที่เข้มแข็งและสวยงามเหนือกาลเวล

 

Entrance to Chow Sue Kong Shrine
เพิ่มความปังด้วยการไหว้เจ้าในช่วงตรุษจีนย่านไชน่าทาวน์
  • ศาลเจ้าแม่กวนอิม มูลนิธิเทียนฟ้า ขอพรเจ้าแม่กวนอิมให้มีสุขภาพแข็งแรง ที่เจ็บไข้ขอให้รักษาหายในเร็ววัน เปิดทุกวัน 00-19.00 น.​
  • วัดมังกรกมลาวาส ขอพรเรื่องโชคลาภ เสริมดวงชะตาต่อเทพเจ้าไฉ่ชิงเอี๊ยะ (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ) ให้ทำมาค้าขายรุ่งเรือง เปิดทุกวัน 00-16.30 น.
  • ศาลเจ้ากว๋องสิว กราบขอพรเทพเจ้าหลายพระองค์ ได้แก่ เจ้าแม่กวนอิม พระพุทธเจ้า 3 พระองค์ ตามความเชื่อของศาสนาพุทธลัทธิมหายาน เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยะ เทพเจ้ากวนอู และเทพเจ้าเสือ เพื่อเสริมสิริมงคล โชคลาภ ก้าวหน้า และประสบความสำเร็จด้านการเรียน เปิดทุกวัน 00-17.00 น.
  • ศาลเจ้าแม่ประดู่ นิยมมาขอพรในเรื่องของความรัก มีชีวิตคู่ที่สุขสมหวัง รวมทั้งการขอบุตร เปิดทุกวัน 00-17.00 น.
  • ศาลเจ้ากวนอู ข้าราชการนิยมมาอธิษฐานขอให้ได้เลื่อนตำแหน่ง ก้าวหน้าในเส้นทางการงาน มีบริวารที่ดี ในศาลนี้ยังมีเทพเจ้าม้า เชื่อกันว่าจะช่วยดลบันดาลให้บุตรเป็นคนดี มีคุณธรรม เปิดทุกวัน 00-18.00 น.
  • ศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากง กราบบูชาขอพรเทพเจ้าเล่าปุนเถ้ากง ผู้คุ้มครองดูแลชุมชนย่านทรงวาดให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข เปิดทุกวัน 00-17.00 น.
  • ศาลเจ้าโจวซือกง ไว้พระหมอ เทพเจ้าโจวซือกง ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง ขอพรเจ้าพ่อกวนอู เจ้าแม่ทับทิม เจ้าพ่อเสือ และเทพเจ้าต่างๆ เพื่อให้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน เปิดทุกวัน 00-16.00 น. เสาร์ อาทิตย์ เปิดถึง 17.00 น.
  • ศาลเจ้าโรงเกือก ผู้คนนิยมมาขอพรในเรื่องสุขภาพ โชคลาภ คุ้มครองให้รอดพ้นจากอุปสรรค เปิดทุกวัน 00-18.00 น.