Bar Hopping
เปิดโลกค็อกเทลไทย
ที่นี่เมืองไทย
! เราไม่ได้แค่ดื่ม แต่เรากำลังสร้างประสบการณ์ที่กลมกล่อม ท้าทาย และเปี่ยมไปด้วยตัวตน

รสชาติวงการค็อกเทลของไทยนั้นไม่ต่างจาก Long Island Iced Tea ที่ทั้งซับซ้อนและจัดจ้านไม่เกรงใจใคร แวดวงนี้เสิร์ฟทั้งรสชาติร้อนแรงและจินตนาการที่เข้มลึก ตั้งแต่กรุงเทพฯ ลากลงไปภูเก็ต และย้อนกลับมาที่เชียงใหม่ ทุกบาร์ต่างก็มีรสชาติเฉพาะตัวที่สะท้อนฝีมือ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ที่บางครั้งก็แอบซุกซนในแบบของตัวเอง

แม้กฎหมายควบคุมแอลกอฮอลล์ในไทยจะมาพร้อมเงื่อนไขที่เข้มขึ้น แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคสำหรับบาร์และเหล่าบาร์เทนเดอร์ที่ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หวั่นไหว ข้อจำกัดพวกนั้นไม่ได้ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ลดลง แต่กลับกระตุ้นให้เกิดไอเดียที่บ้าบิ่นและสดใหม่กว่าเดิม และเมื่อบาร์ไทยหลายแห่งได้รับการยกย่องอย่างต่อเนื่องจากเวทีของแวดวงบาร์ชั้นนำอย่าง World’s 50 Best Bars และ Asia’s 50 Best Bars รวมถึงรางวัลนานาชาติต่างๆ ก็ชัดเจนแล้วว่า ที่นี่ความสร้างสรรค์ไม่ใช่แค่เรื่องที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ตั้งแต่บาร์แนวสปีคอีซี่บรรยากาศลึกลับในกรุงเทพฯ ที่ซ่อนอยู่หลังประตูไร้ป้ายไปจนถึงค็อกเทลที่ให้กลิ่นอายวัฒนธรรมชนเผ่าที่เชียงใหม่ และเครื่องดื่มที่อบอวลไปด้วยไอทะเลในภูเก็ตและสมุย บาร์คลื่นลูกใหม่กำลังนิยามความหมายของการจิบค็อกเทล ซึ่งเล่าเรื่องราวของฝีมือ วัฒนธรรม และจินตนาการที่เป็นตัวแปรขับเคลื่อนวงการค็อกเทลของไทยทุกแก้วล้วนมีเรื่องเล่า และบาร์เทนเดอร์ทุกคนคือนักเล่าเรื่องผ่านเชคเกอร์

Teens of Thailand

“วงการค็อกเทลบ้านเราตอนนี้อยู่ในช่วงที่ครีเอทีฟสุดๆ แล้วก็ไม่เหมือนที่ไหนจริงๆ เมืองไทยเด่นเรื่องวัฒนธรรมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วความสร้างสรรค์ของบ้านเราก็มาจากสังคมที่ค่อนข้างเปิดทำให้วงการค็อกเทลค่อยๆ พัฒนาตามจังหวะของตัวเอง เริ่มจากบาร์ตามโรงแรมก่อนจะพัฒนามาเป็นบาร์ตามขนบที่มีกิมมิก ตอนนี้เรามาถึงยุคของบาร์คอนเซ็ปต์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทยแท้ วงการบาร์บ้านเราในช่วงห้าปีที่ผ่านมานี่พัฒนาเร็วมาก เรียกได้ว่านี่คือยุคทองของวงการค็อกเทลในไทยเลยครับ” เป็นข้อสังเกตจากคุณณิกษ์ อนุมานราชธน เจ้าของบาร์ชื่อดังอย่าง Teens of Thailand และ Asia Today และหนึ่งในผู้ถือหุ้นของอีสานรำ (Issan Rum) รัมแบบ Agricole สัญชาติไทย

หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยโดยเฉพาะกรุงเทพฯ ได้เปลี่ยนจากค่ำคืนแห่งปาร์ตี้สุดระห่ำไปสู่สนามประลองค็อกเทลระดับเวิลด์คลาส เป็นยุคที่ให้ความสำคัญกับความละเอียดอ่อน ทักษะ และไหวพริบ บาร์ทั่วประเทศต่างค้นหาเอกลักษณ์ของตัวเอง ทำให้ไทยเป็นหนึ่งในสถานที่โดดเด่นในวงการค็อกเทลโลก

อีกแรงผลักดันสำคัญคือการเติบโตของสุราท้องถิ่น โรงกลั่นขนาดเล็กของไทยมีกำลังผลิตทุกอย่าง ตั้งแต่รัมกลิ่นหอมรัญจวน จินรสจัดจ้าน ไปจนถึงวิสกี้ละมุนคอ บาร์เทนเดอร์ก็ตอบรับต่อวัฒนธรรมนี้ด้วยการหันมาใช้สุราท้องถิ่นมากขึ้น ช่วยเพิ่มพื้นที่ความเป็นไทยที่กลั่นจากภูมิปัญญาและวัฒนธรรม แนวคิด “จากโรงกลั่นถึงแก้วเหล้า” ไม่ใช่แค่คำเก๋ๆ แต่เป็นหัวใจหลักของการสร้างสรรค์ค็อกเทลที่มีกลิ่นอายเฉพาะตัว

“จริงๆ แล้ว วัฒนธรรมค็อกเทลของเรามีมาเกือบยี่สิบปีแล้ว แต่วงการสุราท้องถิ่นมาแรงจริงๆ ก็ช่วง 5 ปีหลังนี้เอง เรามีโรงกลั่นรัมที่เกาะสมุยนะครับ ชื่อ Samui Rum การที่ได้เห็นบาร์ในกรุงเทพฯ หันมาใช้สุราท้องถิ่นกันจริงจังมันรู้สึกดีมากๆ ในที่สุด เราก็มีคอนเซ็ปต์ที่เข้ากับวัฒนธรรมเรา” คุณณิกษ์กล่าว

วัตถุดิบแบบไทยแท้ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ทั้งมะกรูด ใบเตย น้ำหวานดอกมะพร้าว ข่า อัญชัน สมุนไพรพื้นเมือง หรือแม้แต่แมลง วัตถุดิบเหล่านี้กลายมาเป็นน้ำเชื่อม สารสกัด น้ำผลไม้ และของตกแต่งเพื่อเพิ่มรสชาติ เปลี่ยนเครื่องดื่มให้มีกลิ่นอายไทย ทั้งซับซ้อน มีกลิ่นรสเฉพาะตัว

ศิลปะการผสมเครื่องดื่มก็หลุดพ้นจากภาพจำของงานกลางคืนและเลื่อนขึ้นมาอยู่ในสถานะงานที่ต้องใช้ฝีมืออย่างจริงจัง ทำให้สายงานนี้เป็นวิชาชีพที่น่าเคารพยิ่งขึ้น ซึ่งคุณณิกษ์บอกว่า “การได้เห็นเส้นทางเติบโตที่มั่นคงของบาร์เทนเดอร์เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก” บาร์ต่างๆ ทั่วประเทศก็สะท้อนถึงสิ่งรอบตัวในแบบที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความเนี้ยบเรียบหรูแบบรูฟท็อปในกรุงเทพฯ รสแก่นแบบป่าเมืองเหนือที่เชียงใหม่และค็อกเทลละมุนที่อบอุ่นราวกับแสงแดดทะเลใต้

ลองมารู้จักกับสถานที่ๆ เราคัดมาแล้วว่าน่าสนใจ

Tichuca
TAY tea and coffee bar
F*nkytown
รูฟท็อปอลังการและบาร์ลับทรงเสน่ห์แห่งกรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ คือเมืองที่เราจะพบกับบาร์ค็อกเทลได้ในทุกพื้นที่ ตั้งแต่สปีคอีซี่ที่แอบซ่อนอยู่หลังตู้ล็อกเกอร์ รูฟท็อปพร้อมวิวกว้างสุดสายตา ไปจนถึงธีมบาร์ที่พาเราหลุดไปโลกอื่น ไม่ว่าคุณกำลังมองหาค็อกเทลสูตรใหม่หรือบรรยากาศที่พาคุณหนีจกโลกแห่งความจริง กรุงเทพฯ​ มีทุกอย่าง พร้อมเสิร์ฟเรื่องราวในทุกแก้ว

เริ่มที่ G.O.D เพราะหากคิดถึงความรู้สึกที่เหนือจริงประหนึ่งได้บรรลุความจริงอันศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่คือคำตอบ G.O.D ติดอันดับ 26 ของ Asia’s 50 Best Bars 2025 ด้วยคอนเซ็ปต์และประสบการณ์การดื่มแบบจัดเต็ม โดยมี Uni Martini เป็นค็อกเทลตัวเด่น เสิร์ฟพร้อมอูนิสดที่ให้ประสบการณ์ดั่งรสสัมผัสแรกแห่งท้องทะเลก่อนจะไปสัมผัสกับเครื่องดื่มที่ลุ่มลึกและดื่มด่ำกับ Bar Us บาร์ที่ผสมความรู้สึกลงในทุกแก้วภายใต้แนวคิด “ห้องดื่มค็อกเทล” แทนที่จะเป็นบาร์แบบดั้งเดิม บาร์แห่งนี้ยังมีชื่อเสียงโด่งดังระดับนานาชาติจากการติดอันดับ 4 ของ Asia’s 50 Best Bars 2025 ส่วน F*nkytown ก็มาพร้อมกิมมิกสนุกแหวกแนว โดยเอาเมนูอาหารไทยยอดนิยมมาสร้างสรรค์ใหม่เป็นค็อกเทลสุดสนุกและอร่อยแบบไม่ได้ตั้งตัว หากกำลังคิดถึงบาร์พร้อมวิวสวยตระการตาให้ตรงไปที่ Tichuca บาร์ที่มาพร้อมธีมป่าในเมืองบนชั้น 46 ของตึก T-One นอกจาก “ต้นไม้”​ ติดไฟนีออนอันโดดเด่นแล้ว วิวเมืองและค็อกเทลผลไม้แบบทรอปิคัลจะทำให้ค่ำคืนบนรูฟท็อป บาร์แห่งนี้เป็นหนึ่งในความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน ส่วน Vesper บาร์เด่นแห่งสีลมที่เปิดตั้งแต่ปี 2014 จากการผสมความคลาสสิกและความอบอุ่นเป็นกันเองได้อย่างลงตัว ก็ยังคงเป็นหนึ่งในบาร์ระดับต้นๆ ของเอเชีย เห็นได้จากการติดอันดับที่ 29 ของ Asia’s 50 Best Bars 2025 และอย่าลืม Teens of Thailand จินบาร์ตัวพ่อของประเทศ และ Asia Today บาร์ธีมน้ำผึ้งไทยที่ครีเอทีฟสุดๆ แนะนำให้ลองค็อกเทลตัวเด็ดอย่าง Eastern Honey ที่เสิร์ฟในแก้วขี้ผึ้ง ถ้าอยากลองอะไรที่ท้าทายกว่านี้ ตรงไปที่ Tax บาร์ที่ชูค็อกเทลแมลง แถมยังติดอันดับบาร์สวยที่สุดโดย Condé Nast Traveller ส่วน Mahaniyom Cocktail Bar นั้นก็ผสมฝีมือและปรัชญาในการสร้างสรรค์ให้บรรจบกันได้อย่างลงตัว ตั้งแต่เมนู Banana จนถึง Cow ที่ใช้ไขมัน นม เนย และชีสของวัวมาชูรสชาติ ที่ Philtration บาร์ลับในเรือนโบราณอายุกว่าร้อยปีที่ในวันนี้กลายเป็นบาร์กลิ่นอายโอเรียนทัลที่เต็มไปด้วยเครื่องเทศและชา อย่าลืม Havana Social หากอยากสัมผัสกับจังหวะ เหล้ารัม และบีทร้อนแรงของฮาวานา ส่วน #FindTheLockerRoom ก็ผสมผสานความลึกลับและความร้อนแรงอยู่หลังล็อกเกอร์ที่ดูธรรมดาๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วย Akara Sky Hanuman รูฟท็อปบาร์ที่ความสูง 276 เมตร บาร์แห่งนี้มีทั้งรูปปั้นหนุมานยักษ์ จุดชมวิว โซนศิลปะไปจนถึงมินิไนท์มาร์เก็ต เรียกได้ว่าครบจบกรุงเทพฯ ในที่เดียว

 THUUB Bar Chiang Mai
The White Rabbit Chiang Mai
A chilled glass awaits in wonderland at The White Rabbit
ค็อกเทลจากผืนป่าและวัฒนธรรมของเชียงใหม่

เชียงใหม่มีจังหวะที่นุ่มนวลกว่าและบรรยากาศนั้นก็สะท้อนออกมาในรสชาติของค็อกเทลที่นี่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรที่ใช้เป็นส่วนผสม วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ไปจนถึงเทคนิคที่ให้ความรู้สึกว่าสิ่งที่เรากำลังถืออยู่ในแก้วนั้นสามารถทำให้เราสงบและรุ่มร้อนได้ในเวลาเดียวกัน

เริ่มต้นด้วย THUUB Bar บาร์ที่เรียงร้อยเรื่องราวร่วมสมัยที่ได้แรงบันดาลใจจากการเดินทางและชีวิตบนดอย ซีรีส์ “Essence of Light and Shadow” มีทั้งหมด 16 แก้วที่ให้ประสบการณ์เหนือคำบรรยาย ส่วนสปีคอีซี่ The White Rabbit จะพาคุณดำดิ่งสู่โลกในสไตล์ Alice in Wonderland และ The Matrix โดยมีค็อกเทลรสชาติมหัศจรรย์เป็นตัวเบิกทาง Bar.San ให้ความรู้สึกต่างออกไป เรียบง่ายแบบเซนแต่แฝงด้วยรสชาติซับซ้อน เป็นที่พักใจของคนที่ชอบความเงียบ ส่วนคนรักดนตรีแจ๊ซต้องไม่พลาด Noir CMI บาร์แจ๊ซบรรยากาศนุ่มๆ ที่เสิร์ฟค็อกเทลคลาสสิกรสชาติละเมียดละไม

 

 

Z1MPLEX Mixology Laboratory
จัดจ้านและทรงพลัง จากภูเก็ตถึงสมุย

บาร์ในจังหวัดติดทะเลในภาคใต้ของไทยได้ลบภาพเดิมๆ ของการไปนั่งดื่มค็อกเทลตามบาร์ริมทะเล พร้อมชูส่วนผสมทั้งจากท้องทะเลและบนบก เพื่อสร้างสรรค์รสชาติแบบทรอปิคัลออกมาได้อย่างเฉพาะตัว

เริ่มที่ภูเก็ตกับ Z1MPLEX Mixology Laboratory ที่พลิกโฉมวัฒนธรรมค็อกเทลมาตั้งแต่ปี 2011 มาพร้อมความจัดเต็มทั้งวิทยาศาสตร์การนำเสนอ และเครื่องดื่มสุดล้ำราวกับมาจากอนาคต ในขณะที่ shhh. Phuket ให้มู้ดที่ต่างออกไป ด้วยความลุ่มลึกจากแสง ภาพ และค็อกเทลที่ค่อยๆ เผยรสชาติออกมา สัมผัสกับเสน่ห์คลาสสิกของภูเก็ตที่ Dibuk House บาร์ที่ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความอบอุ่นแบบ Old Town ผสมกับความประณีตของค็อกเทลร่วมสมัย ส่วน The Fool Speakeasy ค็อกเทลบาร์ที่มาพร้อมธีมไพ่ทาโรต์ ให้ทั้งความสนุกซุกซนและรสชาติค็อกเทลที่น่าค้นหาไปพร้อมๆ กัน ก่อนจะข้ามฟากไปที่เกาะสมุยกับ Suvarn Bar ในเฉวงการ์เด้นบีช รีสอร์ท ค็อกเทลบาร์แห่งนี้โด่งดังจากการใช้วัตถุดิบจากชุมชนบนเกาะ ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของชาวสมุยได้อย่างลงตัว ไม่ไกลกัน The Gin Run ที่ Centara Reserve Samui พาเราเข้าสู่โลกของจิน พร้อมลูกเล่นค็อกเทลสุดสร้างสรรค์จากท้องถิ่นอย่าง Tea Thyme, Tom Yum, Sichuan Mule และ Spice Saturn

Entrance to Chow Sue Kong Shrine
อนาคตค็อกเทลไทย

ค็อกเทลไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยหรือจิบระหว่างมื้ออีกต่อไป แต่เป็นเครื่องดื่มที่รังสรรค์จากความพิถีพิถัน ความเป็นมืออาชีพ ความสร้างสรรค์ และความผูกพันกับวัตถุดิบท้องถิ่น เทียบได้กับเมนูเทสติ้งของร้านอาหารสุดหรู บาร์เทนเดอร์ในปัจจุบันยังเป็นดาวเด่นในสไตล์ของตัวเองที่ดึงดูดผู้ติดตามในทุกครั้งที่ลงมือเขย่าแก้ว

เมื่อถามถึงแนวโน้มของแวดวงค็อกเทล ในปี 2026 ภาพที่คุณณิกษ์ อนุมานราชธนมองไว้ก็คือ “เราจะเห็นความเป็นท้องถิ่นมากกว่าเดิม โดยมีการนำวัตถุดิบตัวเด่นๆ ของแต่ละพื้นที่มาผสมอยู่ในเครื่องดื่ม ความสร้างสรรค์จะเพิ่มขึ้น มีคอนเซ็ปต์ชัดขึ้น และให้ความสำคัญกับการออกแบบบาร์มากขึ้น จะมีความเป็นส่วนตัว ความคิดสร้างสรรค์ และตัวตนที่เห็นได้ชัดขึ้น จะไม่เป็นรสชาติประหลาดๆ ที่คนดื่มกันไม่ได้แล้ว”