guanyu1

ศรัทธาข้ามทะเล

ความเชื่อที่สืบทอดกันมาในกลุ่มชาวจีนไหหลำอพยพ ยังปรากฏให้เห็นในยุคปัจจุบัน

การอพยพของชาวจีนเข้าสู่ประเทศไทย มีหลักฐานว่าเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 แต่การเดินทางมาอย่างหนาแน่นเกิดขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 5 โดยเฉพาะนับแต่การทำสนธิสัญญาเบาว์ริง (2398) ที่ไทยทำกับประเทศอังกฤษ ทำให้เศรษฐกิจไทยเฟื่องฟูขึ้น ส่งผลถึงการขยายตัวของภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ดึงดูดให้ชาวจีนต่างอพยพมาแสวงโชคในไทย ชาวจีนที่อพยพมาประเทศไทยประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ย่อยหลายกลุ่ม ได้แก่ แต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน ไหหลำ กวางตุ้ง และฮากกาหรือจีนแคะ ถือเป็น 5 กลุ่มหลักทั้งหมดรวมเรียกด้วยภาษาแต้จิ๋วว่า “โหงว ฮก” และมักจะถูกเรียกรวมๆ ว่าคนไทยเชื้อสายจีน

ปัจจุบัน จะคนไทยหรือจีน แทบแยกกันไม่ออก ด้วยความที่นิสัยใจคอคล้ายกันไปหมดและต่างหลอมรวมกันและกันจนเป็นหนึ่งเดียว คนจีนที่ขยันเอาการเอางาน ช่างอดทน ประหยัด และรักพวกพ้อง ก็แพร่มาถึงคนไทย ในขณะนิสัยโอบอ้อมอารีชอบช่วยเหลือ รักอิสระ และร่าเริงก็ค่อยๆ กลายเป็นหนึ่งในนิสัยของชาวจีนในไทยไปเช่นกัน

แม้จะอพยพมาต่างแดนอย่างยาวนาน ทว่าชาวจีนในไทยยังคงสามารถรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนได้โดยเฉพาะชาวจีนไหหลำ (Hainanese) โดดเด่นที่สุดในเรื่องประเพณี ความเชื่อ และศรัทธาอย่างแรงกล้าตามแบบฉบับของตนเอง คนไทยเชื้อสายจีนไหหลำอพยพมาจากเกาะไหหลำ กระจายตัวตั้งรกรากอยู่ทั่วไทย ในกรุงเทพฯ นั้นอยู่ในย่านสามเสน บางโพ และบางซื่อกันเป็นหลัก มีอีกจำนวนมากลงหลักปักฐานกันอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี และจะรวมตัวกันอยู่มากที่เกาะสมุย รวมไปถึงจังหวัดนครสวรรค์​ พิจิตร ลำปาง และเชียงราย เอกลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาวไหหลำคือความรักและเข้าใจ จึงได้มีการถ่ายทอดวัฒนธรรมจากชนรุ่นหนึ่งเพื่อธำรงเอกลักษณ์ตนเอาไว้

guanyu4

อัตลักษณ์และความเชื่อตามแบบฉบับคนไหหลำ

ด้วยฝีมือโดดเด่นเรื่องศิลปะ คนไหหลำในไทยจำนวนมากจึงมีอาชีพเป็นช่างไม้หรือมีโรงเลื่อยของตัวเองซึ่งความชำนาญเหล่านั้นปรากฏให้เห็นผ่านงานแกะสลักไม้ภายในศาลเจ้า ตลอดถึงการเปลี่ยนเครื่องทรงที่ทำการขัดแต่ง ลงรักปิดทอง ลงสีองค์เทวรูปให้งดงามเสมือนแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ ส่วนความเชื่อทางศาสนาจะคล้ายคลึงกับชาวไทย คือเชื่อในเรื่องวิญญาณ เชื่อเรื่องกรรม มีแนวคำสอนของขงจื้อ และพุทธศาสนามหายานที่เน้นในเรื่องคุณธรรม กตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษและการรักษาสัจจะวาจา จึงก่อให้เกิดประเพณีจีนมากมาย นอกจากนี้ยังมีนิทานและเรื่องราวปรัมปรามากมายที่กล่าวถึงความเป็นมาของเทพเจ้าหรือเซียนที่เรียงร้อยเข้ากับวิถีชีวิตของชาวไหหลำ เช่น การต้องข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อแสวงหาโอกาสดีๆ ในดินแดนใหม่ นั่นอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าการสร้างรูปเคารพของชาวจีนไหหลำจะมีการสร้างก็ต่อเมื่อต้องการให้เทพเจ้าประดิษฐานอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นอาคาร สถานที่ บนเรือค้าขาย หรือสร้างธงเคารพ หรือกระดาษแดงเขียนชื่อ เพื่อบูชาบนเรือยามต้องรอนแรมบนเรือ เพราะสามารถพกพาไปไหนก็ได้

ปัจจุบันศาลเจ้าของชาวไหหลำมี 135 แห่งทั่วประเทศไทย โดยมากเป็นศาลเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งถือเป็นเทพเจ้าที่ชาวไหหลำนับถือกันมาก ดังคำกล่าวที่ว่า มีคนจีนไหหลำที่ไหน มีศาลตุ๊ยบ่วยเต๊งเหนียงหรือศาลเจ้าแม่ทับทิมที่นั่น ส่วนในเกาะสมุยมีศาลเจ้าไหหลำถึง 4 แห่งด้วยกัน

ทีมงานฟ้าไทยได้มีโอกาสเข้าใกล้ประเพณีและพิธีกรรมโบราณของชาวไหหลำด้วยการร่วมเป็นผู้ชมพิธีกรรมอันยิ่งใหญ่ที่หาชมได้ยากยิ่งในทุกวันนี้แล้วกระทั่งในประเทศจีน เนื่องในโอกาสทางศาลเจ้ากวนอูเกาะสมุย (หน้าค่าย-หัวถนน) ได้ออกแบบและสร้างที่ประทับเจ้าใหม่เพื่อรองรับองค์เทพไหหลำต่างๆ เพิ่มเติม จึงมีพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงและเบิกเนตรเหล่าเทพ ทั้งหมดทั้งมวลตลอดพิธีการจะสวดมนต์เป็นภาษาไหหลำนำโดยเจ้าพิธีส่งตรงจากเกาะไหหลำ ระหว่างวันที่ 14 และ 15 ธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา ณ​ ศาลเจ้าพ่อกวนอู เกาะสมุย (หน้าค่าย-หัวถนน) เพื่อรักษาไว้ซึ่งศิลปะ ธรรมเนียม และรากเหง้าทางวัฒนธรรมของบรรพชนไหหลำที่อพยพมาอยู่เกาะสมุยราวร้อยกว่าปี ให้ความเจริญรุ่งเรือง ยิ่งใหญ่ สืบให้รุ่นต่อไปกระทั่งต่างชาติที่มาเยือนได้เห็นประจักษ์

guanyu11
tiger dancing, guan yu

พิธีกรรมประกอบด้วยพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงและเบิกเนตรเหล่าเทพไหหลำ ที่เริ่มต้นเช้าวันงานเปิดมณฑลพิธี ด้วยการอัญเชิญเทวรูป 6 องค์ นำโดย เทวรูปกวนอู (พร้อมองครักษ์) และบันถ่าวกง หรือเทพเทพารักษ์ ซึ่งเป็นเทพประธานพิธีประทับบนเกี้ยวหาม ลงมาจากขั้นบนศาลเจ้าพร้อมเทพอื่นๆ เพื่อมาประทับบนแท่นพิธีบูชาบริเวณชั้นล่าง โดยจะมีการจุดประทัดตลอดพิธีเพื่อให้เทวดาฟ้าดินรับรู้ถึงพิธี จากนั้นประธานร่วมและแขกผู้มีเกียรติได้จุดธูปเทียนสักการะองค์เทพและทำการเบิกเนตร หรืออัญเชิญเทพเจ้าแต่ละองค์มาประทับในเทวรูปทุกองค์ ตามด้วยการเชิดเสือ ตามความเชื่อของชาวจีนไหหลำ เสือเป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้าบันถ่าวกงจะเสด็จคอยปกป้องภยันอันตรายไม่ให้มาย่างกราย เป็นสัญลักษณ์ที่มาช่วยเคลียร์ทางให้ ขจัดสิ่งชั่วร้ายออกไป จากนั้นเทพเจ้าจะนำแต่สิ่งดีๆ มาให้

guanyu11

พิธีตั้งกังหล่วน คือ ส่วนหนึ่งในพิธีกรรมเชิญจิตวิญญาณเทพเจ้าผ่านคนทรงมาประทับในเสลี่ยง หรือ “หล่วน” มาตั้งเอียงขาเดียวบนปากแจกันหรือถ้วยที่คว่ำไว้ ซึ่งสามารถตั้งได้โดยอัศจรรย์ยิ่ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพิธีกรรมไหหลำโดยเฉพาะที่หาชมได้ที่เดียวในประเทศไทย ทำพิธีวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา นำโดยคนทรงจากศาลเจ้าบ้านพอด อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี 

guanyu12

อีกหนึ่งการแสดงที่น่าสนใจคือ การแสดงเสือคาบเด็กและการต่อสู้กับเสือ มีที่มาจากนิทานปรัมปราของวัฒนธรรมไหหลำ เล่าว่า ณ หมู่บ้านหนึ่งในอำเภอบ่นเชียว (เหวินชางในปัจจุบัน) บนเกาะไหหลำ มีศาลเจ้าซึ่งเป็นที่ประดิษฐ์รูปจำลองของ “เทพเจ้าบันถ่าวกง” และที่ในบริเวณใกล้กับศาลเจ้าฯ เป็นที่อยู่ของเสือ ซึ่งโดยปกติเสือตัวนี้มีนิสัยสงบและไม่เคยทำร้ายใคร จนวันหนึ่งมีเด็กชายวัยกำลังซุกซนเข้าไปแหย่เสือซึ่งกำลังหลับอยู่ เสือสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความโกรธและกลืนเด็กลงท้องไป พอแม่เด็กรู้จึงได้ออกตามผู้กล้าทั้งหลายในหมู่บ้านให้มาช่วยเหลือลูกแต่ก็ไม่สำเร็จ เมื่อความล่วงรู้ถึงเทพเจ้าบันถ่าวกง จึงบัญชาให้องครักษ์ 2 องค์ปรากฏกายขึ้นมาเพื่อสยบเสือและให้เสือยอมคายเด็กออกมาโดยปลอดภัย

FIRE-WALKING RITUAL
Jian Biao ceremony

พิธีลุยไฟ เป็นพิธีกรรมโบราณที่จะช่วยเสริมบารมีและเป็นเครื่องหมายของการชำระล้างให้กับองค์เทพเจ้าและผู้เข้าร่วมพิธี พิธีลุยไฟจะสำเร็จได้นั้นมาจากศรัทธาของลูกหลานเพราะต้องอาศัยความกล้าหาญและตั้งมั่นแน่วแน่ระหว่างย่ำเท้าเปล่าข้ามกองไฟโดยยกเทวรูปไปด้วย ปิดท้ายด้วย พิธีเจี้ยนเบี้ยว หรือพิธีถวายฎีกาสวรรค์ เป็นการเชิญองค์เง็กเซียนฮ่องเต้มาให้ศีลให้พรและสะเดาะเคราะห์ต่อเสริมชะตามงคลแก่ผู้เคารพและเข้าร่วมพิธี เมื่อจบพิธีเจี้ยนเบี้ยว ก็ถือเป็นการจบพิธีโดยเสร็จสมบูรณ์

THE GOD GUAN YU

เทพเจ้ากวนอู

อีกหนึ่งเทพที่มีความสำคัญอย่างยิ่งคือ กวนอู ขุนศึกผู้โด่งดังในประวัติศาสตร์จีนสมัยสามก๊ก ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นและสมัยสามก๊ก ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นแบบอย่างของความซื่อสัตย์ กล้าหาญ จงรักภักดี และมีคุณธรรมสูงส่ง เมื่อ ค.ศ. 1102 ในสมัยราชวงศ์ซ่ง รัชสมัยซ่งฮุยจงฮ่องเต้ ได้พระราชทานอวยยศบรรดาศักดิ์ให้กวนอูเป็น “จงฮุ่ยกว” ซึ่งหมายถึง เทพผู้ภักดี นับตั้งแต่นั้นมาก็ได้มีการถวายบรรดาศักดิ์ให้แก่กวนอู เมื่อเสียชีวิตในการต่อสู้จึงได้รับการยกย่องจนมีฐานะดั่งเทพเจ้าองค์หนึ่งของจีน

ศาลเจ้าพ่อกวนอู เกาะสมุย (หน้าค่ายหัวถนน)

ศาลเจ้าพ่อกวนอู เกาะสมุย (หน้าค่าย-หัวถนน) สร้างขึ้นโดยคนจีนอพยพมาจากเกาะไหหลำที่มาตั้งถิ่นฐานในอำเภอเกาะสมุย เมื่อปี พ.ศ. 2400 ในการสร้างศาลเจ้า ได้อัญเชิญเทวรูปแกะสลักเทพเจ้ากวนอู และองค์บันถ่าวกง (เทพารักษ์) มาประทับไว้เพื่อให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวจีนอพยพ รวมทั้งใช้ศาลเจ้าเป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวของคนจีนที่อพยพใหม่

ศาลเจ้าฯ ได้รับการพัฒนามาเป็นลำดับจนถึงยุคปัจจุบัน โดยขับเคลื่อนจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยความเชื่อและความศรัทธาของลูกหลานชาวจีนที่ต้องการแสดงถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่พึ่งทางจิตใจของคนสมุย และถือเป็นศาสนสถานที่เป็นที่ท่องเที่ยวสำคัญอันดับต้นๆ แห่งหนึ่งบนเกาะสมุย

190/11 หมู่ 1 ถนนรอบเกาะ ตำบลมะเร็ต อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี