กรุงเทพฯ เกินคาด
ท่ามกลางตึกระฟ้าและกระแสความทันสมัย มาสัมผัสกับเสน่ห์ของชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงสืบสานงานหัตถศิลป์ วิถีวัฒนธรรมการกินอยู่แบบดั้งเดิมเปรียงดั่งพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ควรค่าแก่การไปดูให้เห็นกับตาสักครั้งหนึ่ง กรุงเทพฯ ยังเป็นเมืองแห่งการสร้างสรรค์ ด้วยรากของวัฒนธรรมที่หยั่งลึกและยาวนานศิลปะและวัฒนธรรมจึงหลอมรวมอยู่ในวิถีและชีวิตของคนไทยอย่างแยกกันไม่ออก ท่ามกลางงานออกแบบสุดล้ำที่พบได้ตามย่านช้อปปิ้ง แกลเลอรี และพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัย แต่ท่ามกลางชีวิตเมืองหลวง กรุงเทพฯ ยังมีย่านเก่าแก่ที่ยังคงสืบทอดงานหัตถศิลป์และวัฒนธรรมท้องถิ่น การเยี่ยมเยือนชุมชนเหล่านี้จึงไม่เพียงทำให้จังหวะชีวิตของเมืองดูช้าลง แต่ทำให้เราเข้าถึงศิลปะการใช้ชีวิตของคนกรุงเทพฯ ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
กุฎีจีน มรดกวัฒนธรรม
สยาม–โปรตุเกสที่มีชีวิต
ชุมชนกุฎีจีนตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นชุมชนชาวตะวันตกเชื้อสายโปรตุเกสที่เคยอยู่ในอยุธยาและร่วมรบในสงครามกู้เอกราช หลังสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงพระราชทานที่ดินให้เหล่าทหารโปรตุเกสสร้างบ้านเรือนอยู่ริมคลองกุฎีจีน จึงเป็นที่มาของชื่อ ‘ฝรั่งกุฎีจีน’
ชุมชนกุฎีจีน ประกอบไปด้วยเชื้อชาติโปรตุเกส สยาม เขมร จีน และญวน ที่มีความแตกต่างกันทางวัฒนธรรมแต่หลอมรวมกันด้วย ‘คริสต์ศาสนา’ โดยมีวัดซางตาครู้สเป็นศูนย์กลางของชุมชน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกและเรือนไทยปลูกสลับกันไป เรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไปกับพิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีนที่เล่าเรื่องราวความเป็นมาของชาวสยาม-โปรตุเกสได้อย่างครบครัน
ชุมชนแห่งนี้โดดเด่นด้วยประวัติศาสตร์ ความเป็นอยู่ และเมนูอาหารโปรตุเกสที่ปรุงด้วยวัตถุดิบในเมืองไทยจนกลายเป็นอาหารจานอร่อย ได้แก่ หมูอบมันฝรั่ง ขนมจีนแกงไก่คั่ว หรือขนมจีนโปรตุเกส รวมไปถึงขนมฝรั่งกุฎีจีนที่มีจำหน่ายในบ้านโบราณที่เปิดเป็นร้านขายขนม ร้านอาหาร และคาเฟ่ให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองสำหรับผู้หลงใหลเสน่ห์ปลายจวัก สามารถจองร่วมเวิร์คช้อปการทำอาหารสยาม-โปรตุเกส ตำรับเก่าแก่ที่บ้านสกุลทอง
บ้านบาตร หัตถศิลป์หนึ่งเดียวในกรุงเทพฯ
ไม่ไกลจากร้านเจ๊ไฝ เจ้าของไข่เจียวปู ดาวมิชลินชื่อดัง เป็นที่ตั้งของชุมชนบ้านบาตร ที่ทำบาตรของพระสงฆ์ด้วยมือมาตั้งแต่แรกสร้างเมืองกรุงเทพฯ ท่ามกลางความเปลี่นแปลงของยุคสมัย เทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถผลิตบาตรพระได้เป็นจำนวนมากและมีราคาย่อมเยากว่า ในขณะที่บาตรทำมือแต่ละใบต้องใช้เวลานานราว 3 เดือนกว่าจะสำเร็จ
ด้วยความตระหนักถึงคุณค่าและภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่ถ่ายทอดมานับร้อยปี หิรัณ เสือศรีเสริม ครูช่างที่ได้รับการยกย่องจากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย จึงได้รวบรวมช่างฝีมือในชุมชนมาร่วมกันสืบสานการทำบาตรแบบดั้งเดิม ด้วยการตัด ต่อ และตีเหล็ก ขึ้นเป็นรูปบาตรด้วยมือทุกขั้นตอนและเปิดสอนวิชาการทำบาตรให้คนรุ่นใหม่โดยเปิดบ้านตรงสี่แยกเมรูปูน ถนนบริพัตร เป็นศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาการทำบาตรให้นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้ขั้นตอนกว่าจะมาเป็นบาตรหนึ่ง ในขณะเดียวกันชุมชนบ้านบาตรก็เปิดบ้านให้นักท่องเที่ยวได้เห็นชีวิตจริงของช่างทำบาตรที่มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายในหลากหลายวัย แต่ละคนจะแบ่งงานกันทาตามความถนัด รวมทั้งเปิดให้ชมบาตรโบราณที่ชุมชนเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี และมีบาตรขนาดเล็กไว้จำหน่ายเป็นสินค้าที่ระลึก บาตรทำมือเป็นบาตรที่ทำขึ้นอย่างถูกต้องตามหลักธรรมวินัย ไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร แต่ละใบมีอายุการใช้งานได้ถึง 100 ปี เลยทีเดียว
บ้านศิลปิน และโรงงานซีอิ๊ว แห่งสุดท้ายในคลองบางหลวง
คลองบางหลวง หรือคลองบางกอกใหญ่ เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำและย่านการค้าสำคัญมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ในช่วงกรุงธนบุรีต่อเนื่องมาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ริมคลองทั้งสองฝั่งล้วนเป็นที่พักอาศัยของข้าราชการ ขุนนางเป็นส่วนใหญ่จนได้ชื่อว่า คลองบางข้าหลวง ต่อมาเรียกขานกันว่า คลองบางหลวง จนถึงปัจจุบัน
การเปิดบ้านศิลปิน ส่งผลให้บ้านเรือนใกล้เคียงที่เคยปิดเงียบกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง บางบ้านเปิดจำหน่ายของที่ระลึก บ้างนำสูตรอาหารคาวหวานประจำบ้านมาทำขายต้อนรับนักท่องเที่ยว ทำให้บ้านศิลปินคลองบางหลวงเป็นจุดหมายที่ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาดื่มด่ำกับบรรยากาศริมคลองได้ตลอดทั้งวัน ในขณะที่ เฮ้า ย่ง เซ้ง เป็นโรงงานซีอิ๊วแห่งสุดหท้ายที่อยู่คู่กับคลองบางหลวงมานานกว่า 120 ปี ด้วยกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมที่ใช้ความร้อนจากเตาฟืนทำให้ซีอิ๊วเค็มและซีอิ๊วหวานมีกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือมาที่ท่าน้ำของโรงงานเพื่อชมกรรมวิธีการผลิตซีอิ๊วและเต้าเจี้ยวได้ทุกวัน ล่าสุดทางโรงงานเปิดคาเฟ่ให้ลิ้มลองอาหาร เครื่องดื่ม และไอศกรีมที่ปรุงจากซีอิ๊วสูตรลับของเฮ้า ย่ง เซ้ง รวมทั้งจัดกิจกรรมเวิร์คช้อปการทำอาหารจานอร่อยจากซีอิ๊วและเต้าเจี้ยวให้ผู้สนใจเรียนรู้และสามารถกลับไปปรุงเป็นอาหารจานโปรดของตัวเองได้ต่อไป
หัตถศิลป์ถวายเป็นพุทธบูชา
ศรัทธาอันยิ่งใหญ่ก่อให้เกิดงานศิลปกรรมที่งามที่สุด คือหัวใจของชาวพุทธเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ดังนั้น “วัด” จึงเป็นสถานที่รวมของงานจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม ศิลปวัตถุอันล้ำเลิศที่สะท้อนความนิยมและสร้างสรรค์ประจำยุคสมัย
วัดพระเชตุพนวิมลมัคลาราม (วัดโพธิ์) ได้รับการยกย่องว่าเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย” นอกจากความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย วรรณคดี ประวัติศาสตร์ และดาราศาสตร์ ที่จารึกไว้บนแผ่นหินเพื่อเป็นประชาชนเข้ามาศึกษาเรียนรู้แล้ว ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ 5 แห่ง จัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์ และผู้มีจิตศรัทธามากกว่า 1,400 ชิ้น อาทิเช่น เครื่องมุก เครื่องแก้วเจียระไน เครื่องลายคราม และเครื่องเบญจรงค์
ส่วนวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นแลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ ที่สร้างขึ้นในพื้นที่ “สะดือเมือง” หรือศูนย์กลางในการวางผังสร้างกรุงเทพฯ ขึ้นเป็นราชธานี วัดสุทัศน์ฯ จึงเปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุแกนกลางของจักรวาลที่ประทับของพระอินทร์ ศิลปกรรมภายในวัดจึงสะท้อนความหมายของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อันเป็นที่ตั้งเมืองของพระอินทร์ชื่อสุทัสสะนคร และเป็นที่มาของชื่อวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ล่าสุดมีการบูรณะตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 12 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ให้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุล้ำค่ากว่า 10,000 รายการ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปกรรมที่แสดงถึงศรัทธาของชาวไทยที่มีต่อพระพุทธศาสนา
เมืองที่ไม่เคยหยุดสร้างสรรค์
กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีวิธีทำให้สิ่งต่างๆ ดำรงอยู่ต่อไปได้อย่างมีเสน่ห์ลงตัว วัฒนธรรมที่สืบสานมาหลายร้อยปียังดำรงอยู่ได้ ไม่ใช่ด้วยการเก็บรักษาไว้หลังตู้กระจก หากแต่ด้วยการปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นยังคงปรากฏและใช้งานในชีวิตประจำวัน บาตรในมือพระสงฆ์ที่ออกบิณฑบาตยามเช้า ซีอิ๊วที่ยังหมักด้วยวิธีเดิมเมื่อกว่าร้อยปีก่อน หรือสตูดิโอเล็กๆ ริมคลองที่ยังเปิดประตูต้อนรับผู้คน และยังคงสร้างสรรค์งานฝีมือไม่ต่างจากวันวาน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า แม้กรุงเทพฯ อาจเร่งรีบในบางจังหวะ แต่ในอีกหลายมุมที่ซุกซ่อนอยู่ เมืองนี้กลับเลือกจะไม่เปลี่ยนแปลงเลย และนั่นเองคือเหตุผลที่ทำให้การเปิดใจออกนอกเส้นทางสายหลักนั้นคุ้มค่าเสมอ
ตามหาได้ที่ไหน
บ้านสกุลทอง
โทร. 062 605 5665
Facebook: อาหารบ้านสกุลทอง – กุฎีจีน
พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน
โทร. 081 772 5184
Facebook: Baan Kudichin Museum
ชุมชนบ้านบาตร
ซอยบ้านบาตร ถนนบริพัตร ใกล้วัดสระเกศ
ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาการทำบาตร
สี่แยกเมรุปูน ถนนบริพัตร
โทร. 086 469 9299
บ้านศิลปิน
309 ซอยเพชรเกษม 28 แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ
Facebook: บ้านศิลปิน คลองบางหลวง Artist House Bangkok
เฮ้า ย่ง เซ้ง
ซอยอิสรภาพ 21 (เพชรเกษม 4 แยก 20)
Facebook: Hau Yong Seng Cafe
มิวเซียมวัดโพธิ์
Facebook: Museum Wat Pho
พิพิธภัณฑ์ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (แพร ติสฺสเทวมหาเถร)
วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
เปิดให้เข้าชมในวันศุกร์ – อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ 9.30-16.30 น.
ค่าเข้าชม: คนไทย 50 บาท และชาวต่างชาติ 200 บาท